| I used to have...'s profileท่านดนัทธ์PhotosBlogLists | Help |
There are no categories in use.
|
ท่านดนัทธ์August 09 หายไปนานนนนนนนนนนนนนนนนนนน.....หายไปนานไม่ได้มาอัพสเปซเลย.........ตั้งแต่โหลดเอาโปรแกรมทะลวงเวปโป๊มาใช้
------------------------
กลับมาแล้วนะคร้าบ.....หุหุหุ May 10 สุรา นารี ชีวี และ ไก่งวง และแล้ว น้องดะคนเดิมก้กลับมา.....โฮะ โฮะ โฮะ แต่ก้ไม่รู้ว่าจะกลับมาเป็นดะคนเดิมของเมื่อไรอ่ะครับ เอ....คนเดิมตอนปีหนึ่งที่กร้านโลก ขี้เมา เอาแต่ไร้สาระ หรือว่าจะเป็นคนเดิมตอนมัธยมที่เฮฮาปาจิงโกะร่ำไปดีน้า เลือกให้ที ฮิฮิ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันนี้อยู่บ้านไม่ได้ไปไหนเลยทั้งวัน....เด็กดีไม๊ล่ะ อิอิ ที่อยู่บ้านก้เพราะว่าเมื่อวานนี้ป่วยหนักมาก นึกว่าจาตายรอบ 2 เหอเหอ ....ไข่สูง เอ้ย ไข้สูงอย่างแรงไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกัน แต่เนื่องจากเป็นคนดีจัด ตอนนั่งรถกลับบ้านที่ปทุมฯอ่ะ ตอนขึ้นรถ ปอ. มีที่นั่งว่างเราก็สบายใจซะได้นั่งแล้ว หุหุ แต่อีกป้ายนึงมีเด็กขึ้นมา แล้วไม่มีใครลุกให้นั่งเราเลยลุกซะงั้น สรุปยืนตลอดทาง พอลงรถ ปอ.มาขึ้นรถสองแถวเข้าหมู่บ้าน ก็มีที่นั่งแต่ต่อมาก็ต้องลุกให้คุณยายแก่ๆอีก สรุปตลอดทางกลับบ้านทั้งๆที่ไข้สูงมากก้ไม่ได้นั่งตลอดทางเลย.....พอมาถึงบ้านก็เกือบตายเลย แต่ก็ยังนอนเล่นเอ็ม(เพราะนั่งไม่ไหวจริงๆ) ออนสักพักก็นอน ประมาน 3ทุ่มครึ่ง จริงๆน้าเนี่ย หุหุหุ---เป็นสิ่งที่น่าตกใจนอนเร็วมาก แต่ก็ต้องนอน อิอิ ม่ายง้านม่ายหวาย ก่อนนอนก็กินยาแหละ ยานูโรเฟน อ่ะ มีใครรู้รักบ้างรึเปล่า เรายังไม่รู้จักเลย แต่มันเป็นยาแรงที่หมอให้มาบอกว่าดี แต่ห้ามกินถ้าเป็นไข้เลือดออก พอแค่นี้ก้เสียววาบเพราะที่บ้านยุงเยอะมากเลย.......เอาเป็นไงเป็นกัน กินเข้าไปซะ ถ้าหายก้แปลว่าเป็นไข้หวัดธรรมดาแต่ถ้าตายก็คงเป็นไข้เลือดออก หลับไปด้วยความเมื่อยล้า ตื่นมาตอนเช้าสิ่งแรกที่ทำคือ....เอามือจับวัตถุใกล้ๆตัวเลย กลัวว่าตาย 555+....แต่ก็รู้ว่าไม่ตายหรอกเพราะเรามีบุญ....(ไม่ใช่มีบุญยาบารมีนะ มีพี่บุญที่คณะ....ขำมะ ถ้าไม่ขำก็อย่าว่ากัน) สุดท้ายอยากจะบอกว่า กรูมะตายแล้วโว๊ยยยยยยยยยยยยยย
แต่ก็ดีที่สามารถอยู่ได้อีก 1 วัน แต่อย่างที่เคยบอกไว้ว่าความตายเนี่ยมันใกล้กับตัวเรามากมายเลย ครั้งแรกที่ฟังเทปธรรมะของ พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร) วัดถ้ำผาปล่อง ม้วนแรกเลย ท่านก็เทศน์ว่า"ความตายนั้นอยู่ใกล้เรามาก ใกล้แค่เพียงปลายจมูก ที่ว่าใกล้แค่เพียงปลายจมูกก้เพราะว่า เมื่อเราหายใจเข้าไม่หายใจออกเราก็ตาย พอหายใจออกไม่หายใจเข้าเราก็ตาย ความตายนี้อยู่ใกล้เพียงปลายจมูกนี่เอง เราควรพิจารณาความตายอยู่เนืองๆ" ฟังเท่านี้แหละน้ำตามันแทบจะไหลพรากเลย เกิดฉุกคิดในใจว่า ชีวิตมันก้แค่นี้เอง มันมีเท่านี้เอง เราควรทำอะไรก้แล้วแต่ให้เต็มที่ที่สุด ------พอเราระลึกนึกถึงความตายขึ้นมาทีไรเราก็จะมีอะไรคิดขึ้นมาหลายเรื่องหลายราว ตลอดเวลาที่คิดถึงความตาย เราจะมีความคิดต่างๆพรั่งพรูออกมาจากสมอง เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกในตอนนั้นว่าเป็นอย่างไร /////////ถ้าตอนที่คิดถึงความตายแล้ว จิตใจเรามั่นคง มีความพร้อมจะต่อสู้ความตาย นั่นแสดงว่าเรามีจิตใจที่เเช่มชื่นอยู่ แต่เราคิดถึงสิ่งต่างๆหรือเรื่องอะไรก้ตามแสดงว่าเรายังห่วงหรือกังวลกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ แต่ถ้าเรารู้สึกซึมเศร้าหมดอาลัยตายอยากก็คือ เรายังเป็นกังวลหรือเป็นทุกข์อยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
พอเขียนเรื่องนี้ก็นึกถึงวิชานึงของธิเบต เค้าเรียกคัมภีร์มรณะ หรือวิชามรณะ มันใกล้เคียงกับมรณานุสติของศาสนาพุทธ คือการระลึกถึงความตายเป็นหลัก มันเป็นความพิเศษอย่างหนึ่งของวิชานี้คือ มันจะเริ่มรู้จักปราณ สภาวะการใกล้ตาย และชีวิตหลังความตาย ซึ่งเราก็ยังฝึกไม่ถึงเรื่องปราณเสียที 555+......ดูไปดูมาก็ท่าทางจะโม้มากเกินไปแล้ว เดี๋ยวจะมีใครมาขอฝึกพลังยุทธกับเราอีก (พลังยุทธอ่ะไม่มี แต่ยุ๊ดเต็ดอ่ะไม่เอา...อันตราย) 5555
คนที่เข้ามาอ่านก็คงงงว่าทำไมเขียนว่า สุรา นารี ชีวี และไก่งวง เราบอกได้เลยว่าสุราเขียนไปแล้ว ชีวีก็พุดอยู่ที่ผ่านมาหน่ะ ส่วนนารี เด๋วค่อยไปอ่านโลกเทพนิยายของนายดะข้างล่างก็แล้วกัน อิอิ มาเข้าเรื่องสำคัญดีก่า เรื่องที่ทุกคนคงสนใจเป็นพิเศษ นั่งคือ แท่น แทน แทน แทน ไก่งวง งวง งวง งวง(เวลาอ่านทำเสียงแอคโค่ด้วย ) ทุกท่านอยากรู้ไม๊ว่าไก่งวงร้องยังไง 555555555 ผมรู้ครับว่าไก่งวงร้องยังไง วรุ้วย วรุ้วย วรุ้วยๆๆๆ ทำให้เป็นนะแล้วเราจะได้ทักทายกันได้ อ่ะอ่ะอ่ะมีแค่นี้แหละเรื่องของไก่งวง อย่าถามว่ามันมาจากไหน รู้อย่างเดียวว่ามันมาจากพี่หม่ำ จ๊กม๊ก ในชิงร้อยชิงล้าน หุหุหุ....รายการในดวงใจของกระผม
------------------------------------------
-------------------------------------------------
--------------------------------------------------------
การอยู่เคียงข้างกับใครสักคน อยู่ใกล้ๆใครสักคนนั้นก็ทำให้หัวใจเรามีความสุขขึ้นเป็นกองเลย ความฝันของผู้ร้ายนั้นก็เพียงแต่ให้ได้อยู่ใกล้ๆกับเจ้าหญิงแค่นั้นเอง ไม่ว่าเจ้าหญิงจะรู้หรือไม่ว่าการอยู่ใกล้กันทำให้ผู้ร้ายมีความสุข แต่ที่สำคัญที่สุดคือผู้ร้ายหัวใจเอิบอิ่มเป็นอย่างยิ่งที่มีเจ้าหญิงอยู่ข้างๆกาย
-----------------------///////////////----------------------------
-----------------------,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,-----------------------------
ไก่งวงร้องไงคร้าบบบบบบบบบ.........
***********************************************
*อยากทำบุญข้างเธอเหลือเกิน หากว่าเธอไม่เมินไปด้วยกันได้ไหมอยากทำบุญร่วมกัน แล้วมาเป็นคู่แท้ดังใจให้บุญนำไป ได้เป็นแฟนชาตินี้คงดี**
**********************************
*********************************
ครายจะตอบสเปซผมกรุณาบอกก่อนว่าไก่งวงร้องยังไงแล้วค่อยเม้นท์ นะจ๊ะ
May 06 เมาเหมือนหมาวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2549 (วันฉัตรมงคล)
คงจะรู้กันว่าช่วงนี้เรามีอะไรเครียดเข้ามาในสมองอยู่ตลอดเวลา.....ทั้งที่ครึ่งหนึ่งของสมองเป็นขี้เลื่อยอ่ะ วันนี้(5 พค.) เลยไปกินเหล้ากะพี่ๆน้องๆ ที่ชมจันทร์ ตอนแรกคิดไว้ว่าถ้าไม่มีใครไปด้วยคงจะไปกินกะไอ้แชมป์เพื่อนรักที่ร้านลาบยโสหน้าบ้านมัน แต่ไปเจอกะพี่ๆน้องๆของผมซะก่อน ภารกิจจึงเริ่มขึ้น 555+ ผมขอรับผิดเองว่าผมชวนพวกเขาเหล่านั้นไปกินเอง เพราะอารมณ์แห่งการคิดมากชั่ววูบ เมื่อมีความปรารถนาแล้วจึงชวน พี่ตู่ น้องโอ๋ น้องโน๊ต น้องพ้ง ไปกินกัน (ทั้งๆที่ชวนเค้าเเต่กระผมมีตังส์ติดตัวอยู่ 220 บาท) ด้วยจิตใจที่ถูกความเครียดเข้ามารุมเร้าจึงตัดสินใจกินเหล้าแสงโสมไป และได้คุยอะไรหลายๆอย่างที่คนนอกวงเหล้าไม่มีทางจารับรู้ เพราะกรูไม่บอก 555+ กินไปกินมา 2กลม(กลมคือขวดนะครับท่านที่ไม่สันทัดเรื่องเหล้า)ซะง้าน หุหุหุ สิ่งมีชิวิตที่เรียกว่าคนเมาจึงเกิดขึ้น
หลังจากการดื่มไปสิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับดนัทธ์คือ ว้าบบบบบบ[ อาการนี้คืออาการของคนที่สามารถหายตัวไปได้ทั้งๆที่ยังมีร่างกายอยู่แต่ดวงจิตมันลอยไปแว้ว 555+ศัพท์นี้เพื่อนที่ธรรมศาสตร์สั่งสอนมา ที่เกิดอาการว้าบเพราะในช่วงหลังที่ผ่านมาเราไม่ได้กินเหล้าเยอะขนาดนี้เลย แต่ก่อนตอนเราอยู่สาธิตเกษตร เราไม่เคยกินเหล้า+เบียร์ เลย เพราะธรรมะยังอยู่ในใจอยู่ แต่พอเข้ามหาลับปั๊บ เราก้รู้จักอาการเฮิร์ท เพราะเราเลิกกับแฟนคนหนึ่งที่เราคบมานานเหมือนกัน และเป็นความรักแบบจริงจังครั้งแรกของเรา จากนั้นมาเราก็เริ่มกินเหล้า สูบบุหรี่ ซึ่งการกินเหล้าของเราในสมัยปี 1 หนึ่งนั้นถ้าไม่ว้าบก้ไม่เลิก เคยทุ่มจักรยาน ต่อยล็อกเกอร์ ฯลฯ เพราะความเมาที่เกิดขึ้นนั่นเอง เรามาหยุดกินแบบนี้ก็คือตอนปี 2 เทอม 2 ที่เราไม่ได้กินเหล้ามากมายเช่นก่อน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร คงเป็นเพราะว่าโตขึ้นกว่าเดิมแล้ว(มั๊ง) นอกนั้นก็กินแต่เบียร์แบบชิวๆ เราอ้วนก็เพราะเบียร์นี่แหละ เวลาอยู่บ้านเฉยๆเราก้ซื้อมานั่งกิน ดุทีวี ฟังเพลงไป กินไป ชิวสาดดดดดด----แต่เดี๋ยวนี้เลิกแล้วจริงๆน้า.....วันที่ผ่านมาคงเป็นการเมาปริ้นของเราในรอบปีเลยก็ว่าได้ เห้อ แย่จริงๆ
ต่อไปนี้นะ เราจะกินเหล้าให้น้อยลง จนกระทั่งไม่กินเลย จะไม่กินแบบชิวๆนอกจากจะไปงานหรือกินกับเพื่อน เราจะเลิกสูบบุหรี่แล้ว ไม่ว่าจะบุหรี่ซื้อเองหรือขอชาวบ้าน เราจะไม่หนีไปกินเบียร์ที่ปั๊ม ปตท. เราจะพยายามทำให้ได้นะ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สำหรับเราความรู้สึกดีๆเราอยากเก็บไว้ในใจของเราเท่านั้น เราไม่อยากให้ความรู้สึกดีๆของเราห่างหายไป เรากลัวว่าถ้าเราบอก เขียน เล่า หรือแสดง อะไรที่เป็นความรู้สึกดีๆของเราให้คนอื่นรับรู้ แล้วความรู้สึกดีๆเหล่านั้นจะหายไป เราไม่อยากให้ความรู้สึกดีๆหายไปไหนแต่อยากให้มันฝังอยู่ในใจเราตลอดไป
-------------------------------------
--------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
สิ่งที่เรากลัวที่สุดตอนนี้คือความจริง.....เราไม่อยากอยู่บนโลกของความเป็นจริง เรากลัว เราอยากผูกชีวิตไว้ในโลกแห่งเทพนิยายของเรา บางครั้งความจริงต่างๆอาจจะทำร้ายเราได้ สิ่งที่เป็นอยู่ในโลกของความจริงมันโหดร้ายจัง ทำให้เราหวนกลับมาโลกของเทพนิยายในจินตนาการของเราเอง เราไม่อยากรับรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปจะเป็นอะไร เสียใจ ผิดหวัง หรือมีความสุข สมหวัง เรากลัวสิ่งต่างๆเหล่านี้ทั้งสิ้น คำพูดของเราในวันหนึ่งอาจจะกลับกลายมาเป็นผลให้คนเราเสียใจตลอดไปก้ได้ สิ่งที่เราพูดออกไปอาจจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราห่างไกลจากความฝันของเราก้ได้ .................................
************************************************
หากเจ้าหญิงในเทพนิยายได้รับรู้ความจริงที่ผู้ร้ายได้รักเจ้าหญิงจากใจจริงนั้น ....เจ้าหญิงคงจะเปลี่ยนแปลงหรือหายจากชีวิตของผู้ร้ายไป ถ้าเป็นอย่างนั้นผู้ร้ายก็คงจะขอเป็นคนเดินออกไปเอง .........................
******************************************************************************
//////////////////////////////////////-----------------++++++----------------------------////////////////////////////////
เหล้าไม่ใช่คำตอบ.....แต่มันก็ทำให้ลืมคำถาม
แต่สุดท้ายก็ยังต้องนึกถึงคำถามอยู่ดีถ้าสร่างเมา
-----------------------------------------------------------------------
ดนัทธ์คนเก่าจะกลับมาแระน้า......
May 04 พลังแห่งกายและใจที่เริ่มจะดับมอด...........เห้อ....ขอถอนหายใจอีกครั้งหนึ่ง (ครั้งที่ 736) ...........ชีวิตช่วงนี้สับสน วุ่นวาย และปวดหัว
+++++ชีวิตช่วงนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไร มันรู้สึกจะท้อแท้ เหนื่อยล้า สับสน อยู่มากมาย ไม่รู้ว่าตัวเราเองเป็นอะไร ปัญหาต่างๆที่รุกคืบเข้ามาทำให้เราคิดมากอยู่เสมอๆ หัวสมองของเราในปัจจุบันเหมือนจะไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น แต่ก่อนเราไม่เป็นหนักขนาดนี้ แต่เดี๋ยวไม่ว่ามีอะไรเข้ามากระทบ เราก็จะปวดหัวขึ้นมาทันที ปวดมากๆจนบางทีก็ต้องนอนพักเลย ร่างกายปัจจุบันก็ดูล้าๆเสื่อมโทรมขึ้นเรื่อยๆ +++++ ............เรามีเรื่องทะเลาะกับที่บ้านเกือบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยิบย่อยหรือเรื่องใหญ่ๆ ซึ่งแต่ก่อนเราก้ไม่เคยเป็น พอลองคิดไปคิดมาก้คงเป็นเพราะการหงุดหงิดง่ายที่มาจากการปวดหัวนั่นเอง....เราไม่อยากเป็นอย่างงี้ แต่ก่อนเราไม่เคยเบื่อบ้านเลย อยากกลับบ้านที่ ซ.เสนา ไปคุยกะพ่อแม่ กินข้าวฝีมือป้า นั่งดูทีวีกับหนิง แต่ตอนนี้ เราอยากจะอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากไปที่บ้านเลย...อีกไม่นานก็คงเป็นเด็กมีปัญหามั้ง ...............เรื่องเรียนที่เกษตรของเราก็เป็นเรื่องที่ทำให้ยิ่งปวดหัว เทอมนี้เกรดเราได้ 2กว่าๆเอง ยิ่งเซ็งเข้าไปใหญ่เลย เพราะว่าเราอยากไปสอบเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก่อนที่จะไปสอบผู้พิพากษา แต่ที่เราเครียดเพราะตำแหน่งอาจารย์ เค้าเอา เกรด 3ขึ้นไป เราก็ยังไม่ถึงอีก อนาคตไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เราไม่ชอบการกระทำของกระแสสังคมที่เป็นอยู่ เราเป็นคนคิดทางขวาง(โลก) แต่อย่างไรก็ตาม เราก้ต้องทำตามกระแสโลกอยุ่ดี ต้องทำงานหาเงินมาให้พ่อ แม่ ป้า +ใช้หนี้ ฯลฯ ถ้าเราไม่แคร์คนเหล่านี้เราคงไม่สนใจอะไรแล้ว คงไม่เรียน ออกไปทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวทางของในหลวง วาดรูป สอนหนังสือเด้กต่างจังหวัด เขียนหนังสือเรื่อยๆไปแล้วมั๊ง แต่พอดูภาระ เราคงคิดขวางโลกต่อต้านสังคมไม่ได้แล้วหล่ะ นี่แค่เรื่องเรียนที่เกษตรนะ .....ต่อมาที่รามฯอีก ช่วงเราสอบ เราก็ป่วยบ้างหรือมีเรื่องอะไรที่ทำให้ไปสอบไม่ได้บ้าง หน่วยกิตก้เพิ่มขึ้นแต่ไม่มาก เดี๋ยวยิ่งขึ้นปี4 ยิ่งไม่รู้จะได้ไปเรียน+สอบอีกหรือเปล่า กี่ปีจบก็ไม่รู้ สอบผู้พิพากษาก้ยิ่งไม่รู้จะเป็นไปในแนวทางไหนอีก ยิ่งคิดเรื่องเรียนก็ยิ่งทำให้ปวดหัวขึ้นมา แค่เขียนสเปซก็ยังปวดหัวเลย ..............ช่วงนี้ก้เหมือนที่เล่าให้ฟังในการอัพบล็อกครั้งก่อนว่ามีเรื่องโชคร้ายเข้ามาเยอะมาก สิ่งต่างๆเหล่านั้นยิ่งบั่นทอนความรู้สึกของเราลงไปเรื่อย มันเป็นเรื่องโชคร้ายที่ผ่านเข้ามาตลอด ปีนี้เราคงมีแต่เรื่องแย่ๆละมั๊ง เราก้เข้าใจนะว่าหลังฝนตกฟ้าย่อมสว่างใส แต่ที่สำคัยของเราคือ เราไม่รู้ว่าเมื่อใดฝนจะหยุดตกเพื่อให้แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาใหม่ ไม่รู้จะต้องทนผ่านสายฝนที่กระหน่ำอีกนานเท่าไร -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เราจะเชื่อนะกับคำที่มีคนพูดกับเราว่า "ชีวิตของเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะกำหนดชีวิตของเราต่อไปได้" คำๆนี้เป็นตัวที่จะคอยกระตุ้นให้เรากล้าที่จะดำเนินชีวิตได้ต่อไป โดยเลือกที่จะกำหนด Way of Life ด้วยตัวของเราเอง ตามที่เราเคยเชื่อว่าเราเป็นผู้เลือกจะกระทำการใดๆด้วยตัวเราเอง .....เราเลือกที่จะเชื่อว่าประโยคที่กล่าวมานั้นเป็นความจริง .......... ----------------------------------/////----------------------------------
พอมานั่งเขียนสเปซเรื่องนี้นะ ทำให้เรารู้เลยว่าในชีวิตที่ผาดโผน คะนอง และสนุกสนาน ก็ยังมีอีกมุมหนึ่งที่เป็นคนอ่อนแอ ท้อแท้ ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากใครสักคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเรา ไม่ต้องตลอดเวลา เพียงแค่ขอไออุ่นความห่วงใยที่สามารถสัมผัสได้ด้วยหัวใจของเราเอง ++++++++++++++++++++++++++++++++++++ กำลังใจที่จะได้ช่วยกระตุ้นต่อมพลัง ความหวัง และศรัทธานั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของที่มีค่า หรือการที่จะต้องคอยมาดูแลตลอดเวลา หรือแม้แต่การโทรหาทุกชั่วโมง____เพียงแค่รอยยิ้มที่ส่งให้กันนั้นเองมันก็อาจทำให้โลกทั้งใบที่จะถูกความมืดมาครอบคลุดให้ดับมิด ก้กลับสว่างด้วยดวงจันทร์ที่สว่างมาบนท้องฟ้า แม้ดวงจันทร์จะไม่มีแสงสว่างที่เจิดจ้า แต่ก็สามารถเป็นความสว่างอันนวลนุ่มให้เราก้าวเดินได้ไปถึงจุดมุ่งหวัง....... .....แสงอาทิตย์แม้จะสว่างจ้า แต่ก็สามารถทำให้เราเสียสายตาได้ แต่แสงของดวงจันทร์ถึงมันจะไม่สว่างจนเห็นทุกสิ่งอย่าง แต่ก็ยังเป็นความสวยงามในยามวิกาลที่ทำให้จิตใจของเราสดชื่นเพื่อเริ่มรับย่างก้าวของวันใหม่ต่อไป
เรายังเชื่อนะว่าความสวยงามต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคนเรา เราไม่จำเป็นต้องบันทึกภาพ เสียง หรือจดบันทึกไว้ แต่เรานำใจดวงน้อยของเราเก็บสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ แล้วเอาใจอันอ่อนโยนเข้าไปสัมผัสถึงช่วงเวลาดีที่ผ่านมาได้ ***************************************************
ช่วงเวลาต่อจากนี้ เราอาจจะหาเวลาบางช่วงเพื่อหลบไปอยู่กับตัวเองสักพัก แสวงหาความวิเวกเป็นหลักของใจให้มาทนสู้ต่อกับสังคมโลกที่คอยบั่นทอนกำลังของเราลงทุกวัน เราคงไปปฏิบัติธรรมที่ไหนสักที่หนึ่งเพื่อชาร์ตแบตฯให้กับจิตวิญญาณของเรา ณ วัดใดวัดหนึ่ง ไม่รู้จะเป็นวันไหนนะ เราคงไม่บอกใครหรอก......มั๊ง เห้อออออออ....
--------------------------------------------------
ความเป็นเจ้าหญิงนั้นมิใช่เป็นเพราะให้ความสุขแก่ผู้ร้ายอย่างเรา แต่ความเป็นเจ้าหญิงนั้นเป็นไปเพื่อให้คนรอบข้างเมื่อพบเขาล้วนมีความสวยงามเกิดขึ้นในจิตใจทุกๆคน
---------------------------------------------------------------
ชีวิต คือการต่อสู้ ปัญหา คือการเรียนรู้ ศัตรู คือ ครูของเรา
โอวาทธรรม หลวงปู่พุทธอิสระ
April 25 โลกหมุน.........ติ้ว ติ้ว ติ้ว-------โอ๊ย.....โลกนี้มันช่างบูดๆเบี๊ยวๆ เริ่มต้นศักราชใหม่ด้วย...........ความรันทด ตั้งแต่เริ่มต้นปีจอมามันช่างชง(มันเป็นภาษาจีน...แต่กรูก็แปลมะออกเห็นว่าเค้าพูดๆกัน คงจะแปลว่ามันไม่ดี)จัง........ปีนี้คงไม่ใช่ปีของคุณชายดนัทธ์แหละ เห้อ(ถอนหายใจรอบที่ 721) มาเริ่มถึงเคราะห์ กรรมที่ประสบพบพานกันดีกว่า......เริ่มตั้งแต่ต้นปีก็กระเป๋าตังส์หาย จำได้เรยว่าไม่ได้ไปสอบซ่อมรามแหละวันนั้น ต่อมาวันเกิดก็โทรศัพท์มือถือหาย แหมรุ่นก็เก่า ถ่ายรูปก็ไม่ได้ เอาไปทำ(........คำนี้ให้คิดเอาเอง) ต่อมารถกะป้อคันน้อยที่คู่ใจ (ซูซูกิ วีว่า) ก็ถูกรถของพวกขนส่งของให้เครื่องบินเฉี่ยว ตอนนั้นโกรธมาก เลยไล่มัน ว่ามึงรีบๆไปเลย------ตอนนั้นโกรธมาก กลัวไปต่อยแม่ง นึกได้ทีหลังว่าแหม กรูเรียกค่าเสียหายได้นี่หว่า---เราขี่มาเฉยๆอยู่ดีๆแม่งก็เลี้ยว ต่อมากระเป๋าตังส์ก้หายอีก บัตรนิสิตแบบใหม่ก็เลยหายซะงั้น ตังส์ทั้งหมดก็ตังส์ทำบุญซะด้วย..ครายเอาของกรูไปรู้อย่างเดียวว่าบาปปปปปปปปป____โฮ๊ะๆๆๆๆ ต่อมาไม่นาน จำได้เรยว่าวันพฤหัวบดี ที่ 20 เมษา รถกะป้อคันเก่าก็ขับไปชนซะงั้น ได้เลือดอีก...........พูดได้คำเดียวว่าซวยยยยยยยยยยยยโคตร เพิ่งสดๆร้อนๆเมื่อวานนี้เลย ขาเดี้ยงงงงงง โห กำลังเตะบอลอยู่ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เกิดอุบัติเหตุขาบวมเรยกลายเป็นลุงแก่ๆพิการ....เจ็บจริง มะรู้แหละงอนกันไปเรยมะมีใครมาสนใจ เห้อ น่าเศร้าใจนักแล---อยากจะบอกว่าเจ็บอย่างแรง(พูดไปต้องทำเสียงใต้ด้วยถึงจะแนว....ชายแดนใต้อ่ะ) ยังไปเตะโต๊ะอีก โห บรรลัย ปวดมาก งานนี้ต้องขอบคุณนังร่านนนนนนนนนน(ทำเสียงแบบน้องกุ๊กด้วย ...บ้างเหอะ) น้องกุ๊ก ที่ได้เอายามาให้ จึงได้ดีขึ้น ตอนกลางคืนนะ ตื่นขึ้นมาขาบวมเป่ง เขียวมากเลย ประมานว่าเคยเห็นศพอืดป่ะ----เจ็บแทบน้ำตาร่วง นึกว่าจะพิการไปแล้วนะเนี่ย.........แต่ตื่นเช้ามาก็ดีขึ้นหน่อย อิอิ คนมานเก่งอ่ะ แต่ก็จะงอนจริงๆนะ มะมีครายมาสนใจจจจจจจจจ นี่ๆๆๆๆๆๆ...เด้กนิติฯ นิติจะมาให้เขียนบทความลงในหนังสือวันรพี 49 โห อย่างอึ้งอ่ะ หน้าตาและพฤติกรรมอย่างกรูยังอุส่าห์มีคนเห็นคุณงามความดีกะเค้าด้วย ก็มะรู้ว่าจะเขียนเรื่องอะไร จะเขียนเรื่องเพศศึกษาที่ตัวเองถนัดคงก็ไม่ให้อ่ะ โถเอ๊ย....อยากจะตะโกน---sex เป็นเรื่องธรรมชาติ 555+ อยู่นานๆชักจะหื่น นึกไม่ออกเลยโทรไปหาพี่แดง เค้าให้คำตอบที่ดีงามมาว่าให้เขียนเรื่อง---อารยขัดขืน:การดื้อแพ่งต่อกฎหมาย --แหม พี่แดงนี่มีอะไรในหัวเยอะจริงๆ ตอนแรกแกกะจะเขียนเอง แต่พอบอกว่าไม่ได้ตังส์ก็บอกกลับมาว่า มึงทำไปเถอะ อ่านะ ก็คงจะเขียนเรื่องนี้ ไม่ก็พหุนิยมทางกฎหมาย หรือคิดอะไรไม่ออกก็คงนิติปรัชญาของเพลโต แหละ มะรู้ดิ รู้แต่เรื่องนิติปรัชญาอ่ะ ทำไงได้ กรูไม่เก่งนะโว้ยยยยยยยยยย ---------พอดีอ่านเมเนเจอร์ออนไลด์แล้วตกใจ...มันมีข่าวความสัมพันธ์รักอู๊ดกะฟิล์ม เห็นแล้วต๊กใจหมด ที่ไหนได้ อู๊ดพระเครื่อง กะ ฟิล์ม รัฐภูมิ ถ้าเป็นอู๊ด ไพบูลย์ กะ ฟิล์ม รัฐศาสตร์นะ....ข่าวใหญ่แน่ๆ เพราะกรูจะเป็นเจ้ากรมกิจการข่าวลือเอง555+ พออ่านข่าวเรื่องนี้แล้วรู้สึกดี เพราะคนหล่อๆก็หมดไปจากวงการแมนซะที แต่ถ้ากรูจะขยับมาอยู่แนวหน้าของคนหล่อได้ ทุกคนคงเป็นเกย็ไปหมด ยกเว้นสายันต์ ดอกสะเดา ถึงวันนั้นกรูจะเป็นแมนที่หล่อที่สุดในประเทศ(เเล้วกรูจะพูดถึงสายันต์ ดอกสะเดาทำไม------สะสะสะ..สี่) รู้อย่างเดียวว่าปลาที่เค้าปล่อยด้วยกันคงเป็นการปล่อยไอ้ช่อน เอ้ย ปลาช่อน ต่อมาฟิล์มก้จะเป็นพรีเซนเตอร์ เลย์รส ถั่วดำ 555+
---อยากจะคอยดูแลเจ้าหญิงอยู่ห่างๆในเวลาที่เจ้าหญิงมีความสุข แต่เมื่อ ถึงวันไหนที่เจ้าหญิงมีความทุกข์ผู้ร้ายคนเดิมก็จะไปคอยปลอบอยู่ใกล้ๆจน เจ้าหญิงหายดี-------ผู้ร้ายคนนี้จะรักษาความเป็นผู้ร้ายเอาไว้ ...แต่ถึงยัง ไงผู้ร้ายก็ยังอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ
ถึงจะอ้วนเป็นหมู...แต่กรูก้ไม่หล่อนะเฟ้ย-------(ดะ หลักหก---ปทุมธานี) April 15 ผ่านพ้นไปกับเทศกาลสงกรานต์...........-*-เพิ่งผ่านพ้นไปหยกๆกับ--เทศกาลสงกรานต์
-----ทั้ง 3 วัน (13-14-15) ไม่ได้อยู่บ้านเลยออกจากบ้านตลอด
วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน
วันนี้ออกไปตระเวนบนรถกระบะกะพี่ๆน้องๆชาวสิงห์เขียว...พูดเหมือนไปกันเยอะ มีสมาชิกร่วมเดินทางคือ พี่หมอ พี่ตู่ อู๊ด น้องโอ๋ น้องโน๊ต น้องออฟ น้องมะปราง น้องออฟ น้องต้อม น้องพ้ง และน้องกิฟท์ เอารถมอไซต์กะป้อมาจอดที่มหาลัย--เพิ่งรู้ว่าถ้าทำเวลาดี บิดแรงๆ จากดอนเมืองถึงมหาลัยใช้เวลาแค่ 10 นาทีเอง 555+
ตอนแรกตาบุญ ตาวี ฯลฯ (death zone)ชวนไปเล่นที่อยุธยา แต่ก็ไม่ไป--ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน อิอิ
เริ่มเดินทางไปสนามหลวง--แต่รถติดโคตร ไม่มีที่จอดเลยไม่เข้าไปสรงน้ำพระพุทธสิหิงห์ พี่หมอก็พาขับต่อไปที่ข้าวสาร++++แม่งเจอแต่พวกเถื่อนถ่อยร้อยแรงม้า มีเด็กแว้น เด็กแซบ เด็กฯลฯ ไม่สามารถดึงดูดใจให้เล่นได้ รู้สึกอย่างเดียวคือมันผิดกันลิบลับกับข้าวสารที่มาตอนมัธยม--ฮยากจะบอกว่าแจ่ม อย่างแรง
ต่อมาเลยไปกินข้าวแถวบ้านมะปรางและไปส่งน้องออฟ แล้วก็จะไปเล่นสีลมแต่ตำรวจไม่ให้เข้าไป///พวกหัวปิงปองเฮงซวย--เลยไปเล่นที่แถววุฒากาศ ****ใช้ได้เรย คนเยอะดี แต่ไม่รู้ว่าคนแถวนี้แม่งทำโรงงานน้ำแข็งหรือไง สาดกันแต่น้ำเย็น ไม่ใช่เย็นธรรมดานะ แต่เย็นโคตรรรรรรรร...แต่ก็สนุกดีเหมือนกัน อยู่แถวนั้นไม่กล้าทำอะไรมาก--แม่งมีมากานเป็นแก็ง ถึงขั้นมีสกรีนเสื้อแก็งด้วย อยากจะบอกว่ากรูกลัวมึงรุมตีน เลยสงบปากสงบคำ555+
------กรูไม่เข้าใจอย่างนึง ทำไมไม่มีสาวๆอายุ 15-23 มาป้ายกรูเลยวะ แม่งป้ายแต่ อู๊ด น้องโน๊ต น้องพ้ง ตอนแรกนึกว่านั่งไม่ดี แต่เปลี่ยนที่นั่งก็แล้วก็ไม่เห็นมีใครมาป้าย มีแต่เอาเบียร์มาให้กิน หน้าตาอย่างกรูมันเหมาะกะสิ่งเหล่านี้เหรอ แต่ก็แตะนิดเดียวเอง ความจริงไม่อยากินนะแต่เข้าเอามาป้อน กินนิดเดียวจริงๆนะ เฮ้อกรู+++ไม่หล่อ ไม่รวย ไม่มีรถ เห้ๆอย่างงี้จะเอาไม๊--
เล่นให้พอหนำใจก็จะไปต่อที่ซ.เรวดี (พี่หมอต้องการอย่างแรงเพราะปีที่แล้วถูกสาวๆลวนลามเลยติดใจ) แต่คราวนี้คงไปเร็วไปพวกมันจึงยังไม่เมาเลยอดเรย อิอิ---แต่เราก็ไม่ได้ทำรายเพราะมะรู้จาทำไร ไปดูเฉยๆ ----(ขอใช้ประโยคพี่บุญ+++ขอโทษครับผมตามหารักแท้)--------เรวดี ก็เป็นอีกที่ ที่ทำร้ายจิตใจกรู มีผู้หญิงเล่น เจออู๊ดบอกคนน่ารักป้าย เจอโน๊ตก็ป้าย แต่พอกรูเดินตามหลังมาแม่งไม่ป้าย---ไอ้.......
พอกลับมามหาลัยก็กินข้าวแล้วก็แยกย้ายกัน รู้สึกจะป่วยนิดๆ--มะแน่ใจว่านิดรึปล่าว แต่คงนิดๆอ่ะ แต่ก็หายนะ เรามันคนแข็งแรงที่ป่วยง่าย 555+
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - -
- - - - - ...กรูไม่เข้าใจเลยอ่ะ ไอ้พวกที่พาแฟนนั่งซ้อนมอไซต์แม่งคิดอะไรอยู่ ถึงยอมให้แฟนโดนคนอื่นเค้ารุมป้ายหน้า เปงกรูแค่ป้ายตามปกติ ป้ายธรรมดา ก็คงมองค้อนแล้วหละ สำหรับคนที่เรารักเราน่าที่จะดูแลปกป้อง และก็หวงเค้าให้มาก และคนที่เรารักเราอยากจะปกป้องเค้าให้มากที่สุด อยากให้เค้ามีความสุขจากความอบอุ่นที่เราอยากให้ แม้เราจะไม่ได้แสดงออกอะไรก็ตาม คนที่เรารักเราจะเป็นห่วงเค้าตลอดเวลาเรยยยยยยยยย..(รักนะแต่ไม่แสดงออก 555+)
วันศุกร์ที่ 14 เมษายน
วันนี้หลังจากกลับมาจากการตระเวน ก็ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อเตรียมตัวไปนครนายก เห้อนอนยังไม่เต็มอิ่มเลย เริ่มแรกก็ไปไหว้คุณป้าก่อน แล้วก้ไปรดน้ำมนต์ที่วัดประสิทธิเวช ตรงคลอง 15 ที่พ่อเราศรัทธาน่าดูเลย รดน้ำมนต์เสร็จก้ให้ท่านลงทองให้---ไปทุกครั้งเราก้ได้ให้ท่านลงทองให้ทุกครั้งเลย อย่างว่าแหละคนดีพระย่อมคุ้มครอง 555+ ออกจากวัดก้ไปที่เขื่อนคลองท่าด่าน แล้วก็กลับบ้าน
วันเสาร์ที่ 15 เมายน
วันนี้นัดรวมพลกะพี่ๆน้องๆไปสีลมกันแหละ..นัดเจอกานที่มหาลัยมีพี่หมอ พี่บุญ พี่ตู่ น้องป้ำ น้องพ้ง แต่กรูก็มาสายที่สุด 555+ อยู่ที่มหาลัยเจอน้องโน๊ตมาวิ่งแก้บนพอดีเลยลากไปด้วยซะงั้น...ไปวันนี้เราให้พี่บุยเตรียมชุดไปให้ด้วย เราเป็นนักการเมือง--ใส่สูท กางเกงสเเลค มีพวงมาลัยดาวเรืองด้วย ส่วนพี่บุญเป็นยอดมนุษย์---มีหน้ากากไอ้มดแดง ใส่เสื้อขาว เอากางเกงในสีแดงมาไว้ข้างนอกใส่กางเกงแอโรบิครัดๆไว้ข้างใน 555 โคตรฮาเลย แล้วก้ไปรับกิ๋ง แล้วเอารถไปจอดที่สถานีลาดพร้าว นั่งใต้ดินไปเจอกับ พี่วี พี่แดง และพี่กล้า ที่สีลม ปฏิบัติการก็เริ่มขึ้น เราเป็นนักการเมือง พี่บุญเป็นยอดมนุษย์เดินที่สีลม คนแม่งฮาสาดดดดดด.. ไปวันนี้กรูไม่มีแป้งหรือปืนฉีดน้ำเลย เดินให้คนอื่นเค้าป้ายอย่างเดียว แต่รู้สึกคนที่เค้ามองพี่บุญเค้ามองที่เป้าอย่างเดียวเลย ---แม่งฉีดแต่เป้าพี่บุญสงสารพี่บุญน้อยจริงๆท่าทางจาเหี่ยว..เหอเหอเหอ เดินไปมีคนถามด้วยว่าเบอร์ไร เราตอบว่าเบอร์69 ยิ่งเป็นผู้หญิงยิ่งจะชวนมา 69 (ติดเรท xนิดนึง) รู้สึกดีที่มีคนป้ายแล้วไม่เหมือนวันแรก---แต่อย่างว่าแหละมะสนใจอะไรเพราะตามหารักแท้ 555+ ขอยืนยันคำเดิมว่าสีลมยังมีคุณภาพจริงๆโดยเฉพาะน้องที่ใส่เสื้อบางๆข้างในเป็นบิกินนี่ หื่นน
ขากลับนั่งรถไฟฟ้าก็ฮาดี---ทำตัวแปลกๆกะพี่บุญคนมองเยอะมากเรย แต่ดีนะรรถไฟฟ้าคนไทยน้อยเลยไม่น่าเกลียด ลืมบอกเลยก่อนกลับมาไปกินสเต๊กที่สามย่านด้วย --พี่กล้ายังงงอยู่ว่า 1ย่าน กะ 2 ย่านแม่งอยู่ตรงไหนไอ้นี่โผล่มาก็ 3ย่าน ****เหอเหอเหอ เล่นซะฮาครับพี่น้อง พี่บุญกลับมาแล้วไปบ้านน้องเส็งต่อ เห็นว่าไปยุโรปมา แหมนึกว่ายุโรปแถวนานา 555+ กลับมาถึงบ้านก็อาบน้ำและย้อนกลับมาคิดได้ว่า--ไอ้เห้กรูต้องซักสูทด้วยนี่หว่า แม่งเอ้ย ภาระอันใหญ่ยิ่งแม่งเลือกมากะหน้าที่อันยิ่งใหญ่ วันนี้สรุปเรามาสงกรานต์ในฐานะนักแสดง
- - - - - - - - - - - - -
-------ในเทพนิยาย เจ้าชายต้องเป็นผู้ชายที่หล่อ รวย โรแมนติค และนิสัยดี แต่สิ่งเหล่านี้มันตรงข้ามกับตัวกรูทั้งนั้นเลย กรูเลยไม่อยากเป็นเจ้าชายแต่ขอเป็นผู้ร้ายที่รักเจ้าหญิงจากใจจริง --------------------------------------
April 09 โรควันอาทิตย์-----โรควันอาทิตย์------
เคยได้ยินโรคนี้กันบ้างป่ะ โรควันอาทิตย์ อ่ะ
สังเกตตัวเองมาเป็นเวลายาวนานแล้วว่าทุกวันอาทิตย์จะมีอาการเบื่อ+เซ็งๆ มาตลอดเลย มะรู้จาเรียกว่าอะไรดีอ่ะ เลยตั้งชื่อว่าโรควันอาทิตย์ แม่งซะเลย...เจือกเป็นวันอาทิตย์ดีนัก ตอนแรกนึกว่าเป็นแค่วันนี้วันเดียวแต่ดูไปดูมามานเป็นมาทุกอาทิตย์เลยอ่ะ
ลองหาสาเหตุที่ทำให้โรคนี้ ก็ได้เข้าใจ(เอง)ว่า โรคนี้มันเป็นโรคที่เกิดอาการเบื่อเพราะวันอาทิตย์เป็นวันที่เราอยู่บ้านคนเดียว แล้วทำให้เกิดอาการอยู่กับตัวเองเข้า.....แหมถ้าเป็นตอนอกหักนะ+ฟังเวอร์จิ้นซอล์ฟ ท่าทางตาย 55 + (เคยเป็นตอนเลิกกะกู๊ดเเหละ----แหมเกือบตาย) เมื่อทบทวนให้ดีแล้วก็คงเป็นเพราะเราอยู่กับตัวเองจริงๆแหละที่ทำให้มีอาการโรคนี้
จากที่วันปกติอยู่กะเพื่อนๆพี่ๆหรือไปเที่ยว แล้วมาอยู่คนเดียวเรื่อง ต่างๆที่ผ่านมาจะย้อนเข้ามาให้ระลึกนึกถึงไม่ว่าเรื่องไรก็ตาม พอทบทวนเรื่องราวต่างๆแล้วก็รู้สึกเบื่อๆเซ็งๆขึ้นมา ภาษาพระเรียกว่าการเบื่อนั้นเอง เบื่อเพราะมันได้ความคิดรวบยอดออกมาว่า.....ชีวิตนี้คือความทุกข์ เหมือนพระพุทธเจ้ากล่าวไว้จริงๆด้วย (พระเจ้าจอร์จ ศาสนาพุทธเยี่ยมยอดอย่างงี้นี่เอง)
แต่การอยู่กับตัวเองของเราคงไม่ใช่อยู่เพราะนิพพิทาญานอะไรหรอก แต่คงเป็นเพราะการอยู่กับกิเลสที่เรียกว่า อุปาทาน (ความยึดมั่นถือมั่น ) มากกว่า เพราะเราไม่ยอมปล่อยวางในเรื่องต่างๆที่ผ่านมานั่นเอง ที่ทำให้เกิดทุกข์
การที่เราคิดอะไรต่างๆเหล่านี้ละมั๊ง ที่ทำให้เราเกิดความสนใจในเรื่องของศาสนา เราเชื่อศาสนาเพราะศาสนานั้นมีหนทางให้เราดำเนินตามอยู่ เพียงแต่เราจะดำเนินตามหรือไม่เท่านั้นเอง พระพุทธะ ก้เคยบอกเองว่าท่านเป็นเหมือนตะเกียงคอยส่องทางให้แต่คนที่จะไปถึงจุกมุ่งหมายได้นั้นคือตัวเราเองที่จะเดินทางตามแสงตะเกียงไปสู่จุดหมายปลายทางหรือไม่เท่านั้นเองแหละ.....สาธุ (อิอิ)
กลับมาเรื่องโรควันอาทิตย์ดีกว่า....เราเป็นงี้อยู่ทุกวันอาทิตย์อ่ะ มีใครเป็นเเบเรารึเปล่าก็ไม่รู้ มันคงเป็นทั้งอารมณ์ เซ็ง เหงา โดดเดี่ยว เบื่อ สับสน และอื่นๆอีกมากมาย (ทำไมมึงไม่ใช้ ฯลฯ วะ) แต่มันก็เป็นแค่วันเดียวเองนะคือวันอาทิตย์ ไม่รู้เป็นไรเหมือนกัน เราเป็นของเรามาตลอดเลย--ไม่อยากบอกให้ใครรู้ กลัวคนอื่นจะเป็นห่วง(มีรึปล่าวก็ไม่รู้) แต่วันนี้ประกาศลงในสเปซเลย 555+ จาได้รู้กันทั้งตำบล แต่เราก็เป็นแค่วันเดียวเอง ไม่มีไรมาก
ช่วงนี้......คิดถึงทุกคนเลยเป็นอะไรก้ไม่รู้ คงเป็นเพราะใกล้จบแล้วมั๊งเรื่องราวในอดีตยิ่งวนเวียนเข้ามาในหัวของเรา ทั้งพี่ๆ เพื่อนทั้งที่เกษตร น้องๆทุกคนที่เคยคุยกันมา แต่อย่างว่าชีวิตมนุษย์คือการเดินทางไปสู่จุดจบ ฌอง ปอลล์ ซาร์ต (นักปรัชญาที่อู๊ดไม่รู้ว่ามีตัวตนจริงๆจนกระทั่งอ่านหนังสือของวินทร์) กล่าวไว้ว่าชี่วประวัติของมนุษย์นั้นจะไม่มีคำว่าเขียนได้เสร็จจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะดับลง เพราะคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงประวัติของตัวเองได้แม้กระทั่งเสี้ยววินาทีก่อนที่เราจะตาย......
ลูกรัก ...การจับจ้องเฝ้ามอง สังเกตการณ์ต่อปรากฏการณ์ ต่อกิริยาของสรรพสิ่งและสรรพสัตว์ มิทำให้เจ้าเป็นผู้รู้แจ้งอย่างวิเศษเลย
แต่เจ้าลองจับจ้อง เฝ้ามองสังเกตการณ์ ดูกิริยาปรากฏการณ์ของ ร่างกาย และจิตใจของเจ้าสิ เจ้าจะพบความวิเศษอย่างประหลาดล้ำทีเดียวหละ
โศลกธรรมของ หลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย(ธรรมอิสระ)
|
|
||||
|
|